กระแสข้อกล่าวหาเรื่องคบซ้อนในอดีตของ อีซอง훈 ผู้ร่วมรายการเรียลิตี้เดตติ้งของเน็ตฟลิกซ์ Single’s Inferno 5 ถูกสื่อไต้หวันรายงานต่อเนื่องจนลุกลามเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ ขณะที่ทีมผู้ผลิตออกมาปฏิเสธ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และอีซอง훈เองก็ระบุว่ากำลังเดินหน้าดำเนินการทางกฎหมายแล้ว
ชนวนเริ่มจากรายงานของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในไต้หวัน ‘ลิเบอร์ตี้ ไทมส์’ เมื่อวันที่ 2 ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยระบุว่า อินฟลูเอนเซอร์ชาวสหรัฐฯ เควิน นินห์ กล่าวในคอนเทนต์วิดีโอของตนว่า “เคยได้พบและทานข้าวกับหนึ่งในผู้เข้าร่วม Single’s Inferno จริงๆ” จากนั้นออนไลน์ก็เกิดกระแสคาดเดาอย่างรวดเร็วว่าอีซอง훈จาก Single’s Inferno 5 คือบุคคลดังกล่าว
สื่อไต้หวันยังอ้างว่า อีซอง훈เคยคบหากับอินฟลูเอนเซอร์ เฮนา หยาง ผู้มีผู้ติดตามบนติ๊กต็อกกว่า 1 ล้านคน และระหว่างคบกันเขาถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีการติดต่อหรือพบปะกับผู้หญิงคนอื่นหลายครั้ง ทว่าข้อกล่าวหาส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนคำบอกเล่าและข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากคู่กรณี ยิ่งทำให้กระแสโต้เถียงทวีความร้อนแรง
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว อีซอง훈ได้ออกมาปฏิเสธผ่านโซเชียลมีเดียของตนเมื่อวันที่ 21 เดือนที่แล้ว โดยกล่าวว่า “ไม่เคยมีพฤติกรรมคบซ้อนหรือมีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมเลย” พร้อมย้ำว่า “ข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่เป็นความจริง และกำลังดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทอยู่” ส่วนประเด็นการพบกับเควิน นินห์ เขาอธิบายว่า “เป็นคนที่รู้จักกันผ่านโซเชียลมีเดียมานาน และแค่นัดทานข้าวกันระหว่างที่ผมไปนิวยอร์กเท่านั้น” พร้อมเสริมว่า “รู้สึกผิดหวังที่เรื่องถูกขยายความจนกลายเป็นคอนเทนต์ที่ใช้ประโยชน์จากผม”
แม้จะเป็นเช่นนั้น กระแสวิจารณ์ก็ยังไม่จบ อีซอง훈เปลี่ยนชื่อบัญชีโซเชียลมีเดียของตนก่อนจะลบออกในที่สุด ขณะนี้เจ้าตัวยังเดินหน้ารับงานถ่ายทำและให้สัมภาษณ์ตามกำหนด แต่หยุดกิจกรรมออนไลน์ชั่วคราว
ทีมผู้ผลิต Single’s Inferno 5 ก็ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 เช่นกัน โดยระบุผ่านสื่อหลายสำนักว่า “หลังตรวจสอบข้อเท็จจริงกับฝ่ายผู้เข้าร่วมแล้ว พบว่าข้อกล่าวหาที่ถูกยกขึ้นมานั้นไม่เป็นความจริงทั้งหมด” ซึ่งสอดคล้องกับคำชี้แจงของอีซอง훈
ด้าน Single’s Inferno 5 เป็นรายการเรียลิตี้เดตติ้งจำนวน 12 ตอน ที่เริ่มเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 20 เดือนที่แล้ว และกำลังได้รับความสนใจจากผู้ชมทั่วโลก ทว่าด้วยกระแสดราม่าของผู้ร่วมรายการ ทำให้โปรแกรมต้องเผชิญกับกระแสข่าวลือที่ไม่คาดคิด