ประเด็นที่นิติบุคคลของครอบครัวนักแสดง รยู จุนยอล ทำกำไรส่วนต่างจำนวนมากจากการลงทุนอาคารในย่านกังนัม กรุงโซล ถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้ง
รายการข่าวเชิงสืบสวนของ MBC สเตร이트 ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 8 ที่ผ่านมา เจาะลึกกรณีที่คนดังใช้บริษัทส่วนตัวบริหารสินทรัพย์ ภายใต้หัวข้อว่า ‘ค่ายส่วนตัว ไม่ทำแล้วจะโง่หรือ?’
ในรายการ ทีมผู้ผลิตได้แนะนำอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในยอกซัมดง เขตกังนัม กรุงเทพโซล อาคารดังกล่าวมีขนาดชั้นใต้ดิน 2 ชั้น และชั้นบนดิน 7 ชั้น โดยมีรายงานว่าถูกซื้อขายในปี 2022 ที่ราว 15,000 ล้านวอน (ประมาณ 405 ล้านบาท) ข้อมูลการขายครั้งนั้นถูกเปิดเผยแล้วตั้งแต่ปี 2022 โดยผู้ขายในขณะนั้นคือบริษัทที่ชื่อว่า ‘ดีปบรีดิง’ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นนิติบุคคลของครอบครัว โดยรยู จุนยอล ดำรงตำแหน่งกรรมการภายใน และมารดาของเขาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ตามรายงาน ‘ดีปบรีดิง’ ซื้ออาคารดังกล่าวเมื่อปี 2020 ที่ราว 5.8 พันล้านวอน (ประมาณ 156 ล้านบาท) หลังจากนั้นได้รื้อถอนอาคารเดิมและขายออก ทำให้ภายในเวลาราว 2 ปี ได้กำไรส่วนต่างในวงเงินค่อนข้างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการกล่าวถึงว่าสัดส่วนเงินกู้จากสถาบันการเงินในขั้นตอนการซื้อมีขนาดสูง รายการอธิบายว่า คาดว่าราว 80% ของราคาซื้อ หรือประมาณ 4.8 พันล้านวอน (ประมาณ 129 ล้านบาท) มาจากเงินกู้ หากคำนวณจากฐานนี้ มีการวิเคราะห์ว่าเงินสดที่ลงจริงอยู่ที่ราว 1 พันล้านวอน (ประมาณ 27 ล้านบาท)
รายการยังชี้ให้เห็นว่า เมื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในนามนิติบุคคล มักกู้เงินได้ง่ายกว่าบุคคลธรรมดา อดีตผู้จัดการสาขาธนาคารรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า “ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดามักถูกสถาบันการเงินประเมินหลายด้าน แต่สำหรับนิติบุคคล ขั้นตอนเหล่านั้นค่อนข้างกระชับกว่า” และ “ดอกเบี้ยเงินกู้ยังสามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของนิติบุคคลได้ ทำให้โดยทั่วไปมีกรณีที่สามารถกู้ได้ราว 80% ของราคาซื้อ”
ด้านต้นสังกัดของรยู จุนยอล เคยชี้แจงต่อประเด็นการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวในอดีตแล้ว โดยระบุว่าได้ตั้งบริษัทเพื่อจัดการรายได้ส่วนตัวและดำเนินธุรกิจ เดิมมีแผนจะทำธุรกิจเสื้อผ้าร่วมกับเพื่อนๆ จึงได้ซื้ออาคารไว้ แต่เมื่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก จึงตัดสินใจขายอาคารดังกล่าว