ท่ามกลางกระแสการตีความและถกเถียงหลากหลายต่อการคัมแบ็กในรายการวาไรตี้ของนักคอมเมดี้ อีฮวีแจ ยูทูเบอร์สายข่าวอย่าง อีจินโฮ ได้หยิบยกเรื่องราวของอีฮวีแจมาพูดถึง
เมื่อวันที่ 24 ที่ผ่านมา อีจินโฮได้อัปโหลดวิดีโอลงในช่องยูทูบของตน เล่าถึงขั้นตอนการกลับมาของอีฮวีแจ พร้อมอ้างว่าเขาพยายามหวนคืนจอโทรทัศน์มาหลายปีแล้ว อีจินโฮกล่าวว่า "อีฮวีแจพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อคัมแบ็กมาตั้งแต่ราว 1–2 ปีก่อน แต่สถานการณ์ไม่ง่าย" และเสริมว่า "รายการที่คอนเฟิร์มออกอากาศอยู่ตอนนี้ก็เป็นเพียงแขกรับเชิญแบบครั้งเดียวเท่านั้น ยังไม่มีตารางงานต่อเนื่องเพิ่มเติม"
ในความเป็นจริง อีฮวีแจเตรียมปรากฏตัวในรายการวาไรตี้ของ KBS2 Immortal Songs ตอนพิเศษ 'ชิงจ้าวแห่งวงการบันเทิง' ถือเป็นการออกทีวีในรอบราว 4 ปี ในทีเซอร์ที่ปล่อยออกมา มีช็อตที่เขากล่าวว่า "ไม่ได้ทักทายกันมานาน" พร้อมกลั้นน้ำตา จนได้รับความสนใจอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังมีการโต้แย้งต่อข้อครหาเรื่องการออกทีวีด้วย "เส้นสาย" อีกด้วย อีจินโฮอธิบายว่า "แม้จะมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่สั่งสมจากประสบการณ์ยาวนาน แต่การคัมแบ็กก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย" จึงยากจะมองว่าเกิดจากอิทธิพลของคอนเนคชันล้วนๆ
พร้อมกันนั้น ยังมีการพูดถึงข่าวลือที่เกี่ยวกับครอบครัวด้วย ต่อข้อสงสัยที่ว่าเหตุผลที่อีฮวีแจพำนักอยู่ในแคนาดาเป็นเพราะต้องการให้บุตรฝาแฝดเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติหรือไม่ แหล่งข่าวชี้แจงว่า "เดิมทีเดินทางไปเพื่อพักผ่อน ไม่ได้มีจุดประสงค์พำนักระยะยาว เพียงแต่วางแผนอยู่ต่อให้นานขึ้นภายหลัง" ขณะเดียวกัน ปัจจุบันมีเพียงอีฮวีแจที่กลับเกาหลีแล้ว ส่วนกำหนดการกลับประเทศของลูกๆ ยังไม่เป็นที่ยืนยัน
ในอีกด้าน หนุ่มรุ่นน้องร่วมวงการอย่าง ยุนฮยองบิน ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ออกมาส่งแรงใจให้อีฮวีแจอย่างเปิดเผย โดยกล่าวว่า "เมื่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงต่อเนื่อง คนที่เป็นเจ้าตัวคงรู้สึกโดดเดี่ยวและลำบากมาก" พร้อมประเมินว่า "ปกติแล้วเขาเป็นรุ่นพี่ที่ดูแลน้องๆ ดีและมารยาทดี" จากนั้นยังกล่าวถึงเสียงวิจารณ์บางส่วนว่า "น่าเสียดายที่มีการตัดสินจากภาพลักษณ์ที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน"
อีฮวีแจซึ่งเดบิวต์เมื่อปี 1992 เคยโด่งดังจากการทำงานในรายการวาไรตี้หลากหลาย แต่ภายหลังต้องหยุดกิจกรรมลงเนื่องจากดราม่าเรื่องเสียงรบกวนระหว่างชั้นและกระแสวิพากษ์อื่นๆ ก่อนจะย้ายไปแคนาดาพร้อมครอบครัวในปี 2022 ขณะนี้กำลังจะคัมแบ็กในรอบราว 4 ปี สายตาของสาธารณชนต่อเส้นทางต่อไปของอีฮวีแจยังคงแตกเป็นหลายทิศทาง