K-SNAPP

[ประเด็น PICK] ลวนลาม-ความรุนแรง... คดีพี่ชายไอดอล กับข้อสงสัย “อาชญากรรมครบชุด”

ข่าวข้อสงสัยคดี ‘พี่ชายไอดอล’ ทยอยหายไป... ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการปกปิดความจริง

ไอดอล, เกิร์ลกรุ๊ป, พี่ชาย, บีเจ, การล่วงละเมิดทางเพศ, ภรรยา, ความรุนแรงในครอบครัว, รายการ Curious Story Y
ภาพ: ภาพเอไอที่สร้างด้วยแชตจีพีที

สังคมบันเทิงและวงกว้างกำลังสั่นสะเทือน หลังเกิดเหตุชายอายุ 30 กว่าปี นามสมมุติ เอ (A) ที่เป็นพี่ชายแท้ๆ ของสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปคนดัง ยอมรับรู้กันในวงกว้าง ถูกจับกุมได้คาหนังคาเขาในข้อหาลวนลามทางเพศสตรีสตรีมเมอร์ บีเจ (B) เหตุการณ์บานปลายจากการลวนลามธรรมดาไปสู่การแฉความรุนแรงในครอบครัวสุดสยองต่อภรรยา ข้อสงสัยการถ่ายทำผิดกฎหมาย (กล้องแอบถ่าย) และแม้กระทั่งเบาะแสการลบข่าวจากพอร์ทัลโดยพลการ จนกลายเป็นมหาสแกนดัลที่ควบคุมไม่อยู่

จุดเริ่มต้นของเรื่องมาจาก “สิทธิ์ทานข้าวเดต” ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบซัพพอร์ตของแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิง เมื่อวันที่ 12 ที่ผ่านมา เอได้สนับสนุนเงินก้อนใหญ่ขณะชมไลฟ์ของบีเจ เพื่อซื้อสิทธิ์ทานข้าวเดต ในวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต การทานข้าวกับแฟนคลับตัวยงเกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราว แต่โดยทั่วไปจะมีแนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย บีเจเชื่อคำย้ำรับรองของเอว่า “จะไม่มีการสัมผัสเชิงชู้สาว” จึงนัดพบกันเย็นวันที่ 14 ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตกังนัม กรุงโซล

ทว่าคำสัญญากลับเป็นการลวง หลังมื้ออาหาร เออ้างเหตุผลต่างๆ เพื่อชักชวนบีเจไปยังบ้านของตน ทันทีที่ก้าวเข้าไปในบ้าน ท่าทีของเอก็เปลี่ยนไป และพยายามจับเนื้อต้องตัวอย่างกดดันต่อบีเจ เมื่อตกใจกลัว บีเจจึงแจ้งความ ตำรวจเข้าที่เกิดเหตุและจับกุมเอได้คาหนังคาเขา ในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการลงโทษความรุนแรงทางเพศ

สถานีตำรวจคังนัม กรุงโซล พิจารณาจากความร้ายแรงของคดี คำให้การของผู้เสียหาย และสภาพการณ์ในที่เกิดเหตุ แล้วได้ยื่นคำร้องขอหมายจับเอเมื่อวันที่ 17 ที่ผ่านมา ทว่าถัดมาในวันที่ 18 อัยการเขตกลางกรุงโซลได้ส่งคำร้องกลับโดยไม่ยื่นต่อศาล โดยให้เหตุผลว่า “ขาดพยานหลักฐานสนับสนุนเพียงพอ” การตัดสินใจนี้ทำให้เกิดกระแสคัดค้านฉับพลัน สังคมตั้งคำถามอย่างหนักว่าทำไมหมายจับจึงถูกกันออกตั้งแต่ชั้นอัยการ ทั้งที่ผู้ต้องหาถูกจับกุมคาหนังคาเขาและมีคำให้การที่สอดคล้องของผู้เสียหาย

ประเด็นถกเถียงหลักใหญ่มีสองข้อ หนึ่ง คือการทำให้การจับกุมคาหนังคาเขาไร้ผล การที่ผู้ก่อเหตุถูกแยกตัวและจับกุมได้ทันทีในที่เกิดเหตุ แต่หมายจับกลับถูกส่งคืนโดยอ้างว่า “ขาดการชี้แจง” นั้น ถูกวิจารณ์ว่าเผยให้เห็นจุดอ่อนในการคุ้มครองเหยื่อ สอง คือข้อสงสัยเรื่องอิทธิพลเบื้องหลัง บนโลกออนไลน์มีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า เพราะเอเป็นครอบครัวของคนดัง และอาจมีการแทรกแซงจากสำนักงานกฎหมายขนาดใหญ่หรือทีมทนายมากฝีมือ จึงทำให้หมายจับถูกส่งคืน เกิดคำครหาว่า “คนรวยรอด คนจนรับกรรม”

สิ่งที่ยิ่งซ้ำเติมความโกรธของสาธารณชนคือเบาะแสการลบข่าว ในช่วงแรกของเหตุการณ์ บทความข่าวที่พาดพิงว่าเอเป็นพี่ชายของสมาชิกไอดอลบางคนได้ขึ้นหน้าแรกพอร์ทัล แต่ภายในไม่กี่ชั่วโมง กลับเกิดความผิดปกติที่บทความจำนวนมากหายไปจากผลการค้นหาหรือถูกลบ ผู้ใช้ชุมชนออนไลน์แคปภาพขณะ URL ข่าวเปลี่ยนเป็น “หน้าที่ไม่มีอยู่” และเผยแพร่ต่อกันแบบเรียลไทม์

ไอดอล, เกิร์ลกรุ๊ป, พี่ชาย, บีเจ, การล่วงละเมิดทางเพศ, ภรรยา, ความรุนแรงในครอบครัว, รายการ Curious Story Y
ภาพ: ภาพเอไอที่สร้างด้วยแชตจีพีที

สมมติฐานที่ถูกมองว่ามีน้ำหนักมากที่สุด ณ จุดนี้ คือการควบคุมสื่อครั้งใหญ่โดยค่ายของไอดอลซึ่งเป็นครอบครัวของเอ เพื่อปกป้องภาพลักษณ์ของวง อาจมีการขอให้สำนักข่าวลบบทความ หรือกดดันด้วยการขู่ดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท อีกทั้งอาจมีการยื่นคำร้อง “ระงับการเผยแพร่ชั่วคราว” ต่อพอร์ทัลผ่านผู้แทน โดยอ้างว่าเอยังเป็นผู้ต้องหาที่ศาลยังไม่ตัดสิน

ทว่าความพยายามลบข่าวกลับก่อให้เกิด “เอฟเฟกต์สไตรแซนด์” เมื่อสัญญาณควบคุมข้อมูลถูกจับได้ ชาวเน็ตจึงนำต้นฉบับข่าวไปแปะเก็บไว้ในโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์เก็บถาวรที่โฮสต์บนเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ ทำให้เรื่องราวแพร่กระจายวงกว้างยิ่งกว่าเดิม

ท่ามกลางความช็อกจากกรณีลวนลามบีเจ การแฉครั้งใหม่จากซี (C) ผู้ถูกคาดว่าเป็นภรรยาของเอ ทำให้เรื่องพลิกผันไปอีกขั้น ซีเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า “เอข่มขู่จะฆ่า ทำร้ายร่างกาย ด่าทอ บังคับมีเพศสัมพันธ์ และทรมานด้วยน้ำ” นอกจากนี้ยังเล่าว่า “เอบังคับให้ทำรอยสักคู่ และติดตั้งกล้องวงจรปิดในบ้านเพื่อจับตาดูทุกฝีก้าวผ่านโทรศัพท์มือถือ” พร้อมเผยภาพร่างกายฟกช้ำเพื่อยืนยันสภาพชีวิตสมรสอันสยดสยอง โดยเฉพาะคำว่า “ทรมานด้วยน้ำ” ทำให้สาธารณชนคาดการณ์ว่า การกระทำโหดร้ายระดับทรมานที่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เกิดขึ้นในบ้าน มิใช่แค่การทำร้ายหรือด่าทอธรรมดา ส่งแรงสะเทือนครั้งใหญ่ต่อสังคมเกาหลี

นอกจากนี้ หลังจากรายการเชิงสืบสวนของ SBS เรื่อง Curious Story Y เปิดรับข้อมูลแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการแฉความรุนแรงในครอบครัวของซี ต่อมากลับลบประกาศดังกล่าวกะทันหัน ทีมงานชี้แจงว่า “หลังหารือภายในจึงลบโพสต์รับเบาะแส แต่การทำข่าวยังเดินหน้าต่อ” ทว่าด้วยเบาะแสก่อนหน้านี้เรื่องการลบข่าว ทำให้สังคมรื้อฟื้นข้อสงสัยว่าอาจมี “มือที่มองไม่เห็น” กดดันไปถึงแวดวงรายการทีวีด้วย

เหตุการณ์ครั้งนี้เผยให้เห็นปัญหาเรื้อรังหลายประการในสังคมของเรา ตั้งแต่กลอุบายลวงหญิงด้วยคำสัญญาแล้วก่ออาชญากรรมทางเพศ ความรุนแรงในครอบครัวอันสยดสยองที่เกิดขึ้นหลังประตูบ้าน ไปจนถึงความพยายามควบคุมสื่อด้วยอำนาจและเงินทุนเพื่อกลบความจริง หลายเสียงมองว่าคดีนี้คือภาพย่อส่วนของโจทย์มืดมนที่สังคมเกาหลีใต้จำเป็นต้องเร่งแก้ไข