K-SNAPP

กระแสลือนิวจีนส์อัดเสียงที่โคเปนเฮเกน…คดีมิน ฮีจินเดินเครื่องอีกครั้ง

พบชื่ออโดร์ในสตูดิโอที่โคเปนเฮเกน…คดีมิน ฮีจินกลับมาเริ่มในเดือนพฤษภาคม

นิวจีนส์, โคเปนเฮเกน, อโดร์, การอัดเสียง, มิน ฮีจิน, คดีความ, บีลิฟต์แล็บ, ซอร์ซมิวสิก, ไฮ브
ภาพ: อโดร์, อินสตาแกรมของนิวจีนส์

เมื่อมีเบาะแสว่านิวจีนส์ไปอัดเสียงในต่างประเทศ กระแสว่าพวกเธออาจกลับมาทำกิจกรรมก็ผงาดขึ้นอีกครั้ง หลังจากมีคำบอกเล่าการพบเห็นสมาชิกในโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ตามมาด้วยข้อมูลการจองสตูดิโอในท้องถิ่นที่แพร่กระจาย ทำเอาแฟนๆ จับตาเป็นพิเศษ

เมื่อไม่นานมานี้ ในโซเชียลมีเดียและชุมชนออนไลน์ได้มีการแชร์เอกสารที่คาดว่าเป็นตารางคิวของสตูดิโออัดและมิกซ์ที่โคเปนเฮเกน เอกสารดังกล่าวระบุว่ามีการจองภายใต้ชื่อ 'ADOR/LL' ตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 17 ที่ผ่านมา แฟนๆ บางส่วนตีความว่าเครื่องหมาย 'ADOR' อาจเกี่ยวข้องกับงานของอะโดร์ ค่ายต้นสังกัดของนิวจีนส์

โดยเฉพาะช่วงเวลาดังกล่าวสอดคล้องกับกระแสการพบเห็นสมาชิกในพื้นที่ เมื่อวันที่ 12 ที่ผ่านมา โพสต์ในโซเชียลจีนระบุว่า แฮรินและฮเยอินถูกพบในร้านย่านใจกลางโคเปนเฮเกน ต่อมามีเสียงยืนยันว่าฮันนีก็ร่วมเดินทางด้วย ฝั่งอะโดร์เองก็ยอมรับว่าเหล่าสมาชิกได้เดินทางไปโคเปนเฮเกนพร้อมทีมสตาฟจริง

อย่างไรก็ดี เนื่องจากยังไม่มีจุดยืนอย่างเป็นทางการจากค่าย เรื่องทั้งหมดจึงยังอยู่ในระดับการคาดเดาเท่านั้น

อีกด้านหนึ่ง มีกระแสคาดการณ์ว่าพวกเธออาจไม่ได้ไปเพียงเพื่อถ่ายแฟชั่นหรือคอนเทนต์ แต่ได้เริ่มขั้นตอนการอัดเพลงใหม่และเตรียมคัมแบ็กแล้ว

นิวจีนส์เผชิญความขัดแย้งทางกฎหมายกับค่ายอะโดร์เกี่ยวกับสัญญาแต่เพียงผู้เดียวมาตั้งแต่ปี 2024 ต่อมาศาลมีคำวินิจฉัยเข้าข้างอะโดร์ ทำให้สมาชิกบางส่วนตัดสินใจกลับมา และความสนใจต่อทิศทางของทีมยังคงต่อเนื่อง แม้จะมีรายงานหลากหลายเกี่ยวกับเส้นทางของสมาชิกแต่ละคน ทว่ารายละเอียดนอกเหนือจากประกาศอย่างเป็นทางการยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน สมรภูมิอีกด้านของกรณีนิวจีนส์คือคดีความระหว่างมิน ฮีจิน อดีตหัวเรือใหญ่ของอะโดร์ กับเรเบลส์ใต้สังกัดไฮบ์ ก็กำลังขยับอีกครั้ง เมื่อวันที่ 26 ที่ผ่านมา ตามรายงานของสตาร์นิวส์ แผนกคดีแพ่งที่ 12 แห่งศาลแขวงโซลตะวันตก มีคำสั่งนัดสืบพยานคดีเรียกค่าเสียหายที่ซอร์ซมิวสิกและบีลิฟต์แล็บยื่นฟ้องมิน ฮีจิน เป็นมูลค่ารวม 25억วอน (ประมาณ 67.5 ล้านบาท) ให้กลับมาดำเนินต่อในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้