ขณะที่ฝ่ายนักแสดงคิมซูฮยอนแสดงจุดยืนอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับการกลับมาทำงานในอนาคต ก็ได้ระบุด้วยว่าจะเดินหน้าดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อคิมเซอี หัวหน้าช่องยูทูบ กาโรเซโรยอนกูโซ ซึ่งถูกคุมขังจากข้อกล่าวหาเผยแพร่ข้อมูลเท็จ
เมื่อวันที่ 1 ที่ผ่านมา ทนายโกซังรก ตัวแทนกฎหมายของคิมซูฮยอน ได้ออกรายการวิทยุ YTN ซึลกีโรอุน เรดิโอแซงฮวัล และเมื่อถูกถามถึงแผนการคัมแบ็กของคิมซูฮยอน เขากล่าวว่า “ประเด็นที่เป็นรูปธรรม ทางต้นสังกัดกำลังพิจารณาอย่างรอบคอบอยู่” พร้อมเสริมว่า “เราจะช่วยอย่างเต็มที่เพื่อให้นักแสดงสามารถกลับไปยืนต่อหน้าสาธารณชนผ่านผลงานได้อีกครั้ง” ทนายโกกล่าวต่อว่า “นักแสดงได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมไซเบอร์อย่างมหาศาล เกียรติยศและศักดิ์ศรีถูกทำลายจนเกือบย่อยยับ ขณะนี้กำลังกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา” ย้ำว่า “เหนือสิ่งอื่นใด การกลับสู่ชีวิตประจำวันของตัวนักแสดงเองคือสิ่งสำคัญสูงสุด” พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า “แทนที่จะยึดติดแค่ตัวเลข 3 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 810 ล้านบาท) การที่ความจริงค่อยๆ ปรากฏยิ่งทำให้บรรยากาศของสังคมที่พร้อมโอบรับและสนับสนุน เพื่อให้นักแสดงได้กลับไปยังที่เดิม เป็นสิ่งสำคัญกว่า”
นอกจากนี้ ยังเตรียมเอาผิดทางแพ่งกับคิมเซอีด้วย ทนายโกกล่าวว่า “แม้การลงโทษทางอาญาจะสำคัญ แต่การยื่นฟ้องแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายและได้รับคำตัดสินทางกฎหมายอย่างเข้มงวดก็มีความสำคัญมากเช่นกัน” พร้อมชี้ว่า “หากต้องการป้องกันมิให้อาชญากรรมไซเบอร์เช่นนี้เกิดซ้ำ จำเป็นต้องเอาผิดทางแพ่งให้ชัดเจน” และ “ต้องมีความรับผิดที่หนักหน่วงพอจนไม่สามารถทำซ้ำพฤติกรรมเดิมได้อีก”
โดยเฉพาะ ทนายโกอธิบายว่า หากมีการยอมรับความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเป็นมูลค่าสูง จำนวนทรัพย์สินส่วนบุคคลของคิมเซอีอาจไม่เพียงพอรองรับได้ อีกทั้งหนี้สินจากการละเมิดที่มีเจตนาร้ายแตกต่างจากหนี้ทั่วไป จึงเป็นไปได้ยากที่จะได้รับการปลดหนี้หรือบรรเทาโทษ แม้จะเข้าสู่กระบวนการล้มละลายหรือฟื้นฟูส่วนบุคคลก็ตาม
เกี่ยวกับกรณีที่คิมเซอีเปิดเผยคำร้องขอหมายขังของตนเอง ทนายโกกล่าวว่า “คำร้องขอหมายขังยาวเกิน 30 หน้าเป็นเรื่องที่พบได้ยากมาก” และ “เข้าใจได้ว่าทั้งอัยการและตำรวจมีความมั่นใจอย่างยิ่งในการพิสูจน์ข้อกล่าวหาต่อคิมเซอีและผู้ร่วมกระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง”
ประเด็นถกเถียงครั้งนี้เริ่มมาจากข้อกล่าวหาที่รายล้อมรอบผู้ล่วงลับ คิมแซรอน และคิมซูฮยอน ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม 2024 ระหว่างที่คิมแซรอนกำลังพักงานไตร่ตรองจากคดีเมาแล้วขับ เธอได้โพสต์ภาพแนบชิดกับคิมซูฮยอนลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง ก่อนลบออกภายในราว 3 นาที ทำให้เกิดกระแสข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ขึ้น ในขณะนั้น ต้นสังกัดของคิมซูฮยอน โกลด์เมดัลลิสต์ ได้ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง
ต่อมา คิมแซรอนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว และคิมเซอีได้ออกรายการและจัดแถลงข่าวร่วมกับครอบครัวผู้เสียชีวิต อ้างว่าในช่วงที่ผู้ตายยังไม่บรรลุนิติภาวะ เคยคบหากับคิมซูฮยอนเป็นเวลานาน พร้อมทั้งเปิดเผยภาพแชตที่แคปหน้าจอ ไฟล์เสียงสนทนา และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ นอกจากนี้ ยังอ้างอีกว่าสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ตายเกิดจากแรงกดดันให้ชำระหนี้จากฝ่ายคิมซูฮยอน
ต่อเรื่องดังกล่าว คิมซูฮยอนได้จัดแถลงข่าวเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว โต้แย้งว่า “ไม่มีความจริงว่าเคยคบหากันในช่วงที่ผู้ตายยังไม่บรรลุนิติภาวะ” และระบุว่าบางส่วนของหลักฐานที่ฝ่ายครอบครัวผู้เสียชีวิตนำเสนอ “ถูกปลอมแปลง”
ขณะนี้ ฝ่ายคิมซูฮยอนยังคงยึดแนวทางตอบโต้แบบแข็งกร้าว โดยกำลังพิจารณาการฟ้องร้องทางแพ่งซึ่งรวมถึงการเรียกค่าเสียหายจำนวนมาก แยกจากกระบวนการคดีอาญาที่กำลังดำเนินอยู่ อีกด้านหนึ่ง การไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างขังที่ฝ่ายคิมเซอยื่น จะมีขึ้นในวันที่ 2 ที่ศาลแขวงกลางกรุงโซล