K-SNAPP

สิงโตเมายา?…ความจริงที่โนฮงชอลเปิดเผยท่ามกลางดราม่าภาพถ่ายในแทนซาเนีย

ถึงขั้นเปิดเผยข้อความจากผู้ประกอบการท้องถิ่น

โนฮงชอล, สิงโต, ปฏิสัมพันธ์, แทนซาเนีย, สัมผัส, บริษัททัวร์, ชี้แจง, ยา, ทารุณสัตว์, ข้อสงสัย
ภาพ: อินสตาแกรมของ โนฮงชอล

โนฮงชอล คนบันเทิงชื่อดัง ออกมาอธิบายด้วยตนเองโดยเปิดเผยแม้กระทั่งข้อความที่แลกเปลี่ยนกับผู้ประกอบการท้องถิ่น หลังจากเขาเผยภาพขณะท่องเที่ยวในแอฟริกาที่มีปฏิสัมพันธ์กับสิงโต จนเกิดข้อสงสัยเรื่อง ‘การให้ยากับสัตว์’ ตามมา

กระแสดราม่าเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 30 เดือนที่แล้ว เมื่อโนฮงชอลโพสต์ภาพและวิดีโอที่ถ่ายในที่พักแบบสัมผัสสัตว์ป่าในแทนซาเนีย ลงบนอินสตาแกรมของตน เนื้อหาเผยให้เห็นโนฮงชอลลูบท้องสิงโตเพศเมียที่งีบอยู่บนต้นไม้ นอนเคียงข้างสิงโตที่นอนอยู่บนสนามหญ้า และเดินเคียงข้างสิงโตด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากที่สิงโตซึ่งเป็นสัตว์นักล่าแทบไม่ตอบสนองต่อการสัมผัสของมนุษย์ ทำให้ชาวเน็ตบางส่วนตั้งคำถาม

หนึ่งในบริษัททัวร์ผู้เชี่ยวชาญทวีปแอฟริกาได้แชร์โพสต์ดังกล่าวพร้อมยืนยันว่า “ยากจะมองว่าเป็นพฤติกรรมปกติของสิงโต” และยกประเด็นความเป็นไปได้ของการให้ยากล่อมประสาทหรือยานอนหลับเป็นเหตุผลที่สิงโตดูอ่อนแรง พร้อมตั้งข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณสัตว์ โดยระบุว่า “แม้จะตีกระทบท้องก็ไม่ขัดขืน อาจเป็นผลจากยา” หลังจากนั้นก็เกิดการโต้เถียงกันไปมาบนโลกออนไลน์ ทำให้ประเด็นขยายวงกว้าง

ต่อมาโนฮงชอลได้ลงมือตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 15 ที่ผ่านมา เขาเปิดเผยป้ายแนะนำของที่พักซึ่งระบุว่าที่นี่เน้นการปฏิสัมพันธ์กับสัตว์ป่าอย่างมีจริยธรรม และช่วยคุ้มครอง-รักษาลูกสิงโตที่ถูกแม่ทอดทิ้งก่อนปล่อยกลับสู่ถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใจไปเยือน โนฮงชอลกล่าวว่า “พอเห็นคีย์เวิร์ดอย่างรัฐบาลแทนซาเนีย การรักษาและฟื้นฟู การปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ จึงไม่ได้นึกถึงความเป็นไปได้ของการทารุณ” พร้อมเสริมว่า “หากมีความเห็นที่มีคุณค่า ก็ยินดีขบคิดไปด้วยกัน”

ถัดมาในวันที่ 16 โนฮงชอลเปิดเผยข้อความที่ตนแลกเปลี่ยนกับบริษัทซาฟารีและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่เพิ่มเติม โดยทางผู้ประกอบการยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริงที่ว่าสัตว์ถูกให้ยา” และอธิบายว่า “ในแทนซาเนีย ยาสำหรับสัตว์ไม่สามารถกระจายได้ตามอำเภอใจ และต่อให้จำเป็นก็ต้องผ่านกระบวนการของภาครัฐ” อีกทั้งยังระบุว่า “สิงโตมักออกหากินตอนเช้าและค่ำ ส่วนช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจะนอนเป็นส่วนใหญ่” โดยภาพที่เป็นประเด็นถูกถ่ายในช่วงเวลางีบหลับของสิงโต

ทางบริษัททัวร์ที่เป็นฝ่ายจุดประเด็นข้อสงสัยในครั้งแรกก็ออกมาเผยว่ามีการสื่อสารกับโนฮงชอลแล้ว และได้ปรับแก้ถ้อยคำบางส่วน โดยกล่าวว่า “น่าเสียดายที่โนฮงชอลต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่น่าจะต้องได้รับ” พร้อมลบเนื้อหาบางส่วนของโพสต์ที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกัน ขณะเดียวกันพวกเขายังคงตั้งคำถามต่ออุตสาหกรรมซาฟารีเชิงสัมผัสโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นประเด็นสิงโตเผือกซึ่งหาเห็นได้ยากในธรรมชาติกลับพบได้ค่อนข้างง่ายในสถานที่เชิงประสบการณ์ ตลอดจนวิธีการดำเนินโปรแกรมทำให้กลับคืนสู่ธรรมชาติที่ขาดข้อมูลชัดเจน

บริษัททัวร์ดังกล่าวยังขอให้ชะลอการวิพากษ์วิจารณ์โนฮงชอลเกินกว่าเหตุ โดยชี้ว่า “ผู้ใช้บริการที่ไปเยือนเพราะเชื่อคำอธิบายของผู้ประกอบการ ก็อาจเป็นผู้เสียหายได้เช่นกัน”