เคป๊อปถูกตีความใหม่เป็นซาวนด์คลาสสิกขนานแท้ ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
เมื่อวันที่ 16 ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) เลเบลคลาสสิกและแจ๊สในสังกัดเอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ (ต่อไปนี้เรียกสั้นๆ ว่า SM) อย่าง SM คลาสสิกส์ ได้จัดคอนเสิร์ต '빈 심포니 X 케이팝'(WIENER SYMPHONIKER X K-POP) (ชื่อรอง: SM CLASSICS LIVE 2026 with WIENER SYMPHONIKER) ร่วมกับวงซิมโฟนีเวียนนา ณ คอนเซิร์ตเฮาส์ กรุงเวียนนา
วงซิมโฟนีเวียนนา ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 1900 ได้นำ IP เคป๊อปตัวแทนของ SM มาจัดทำเรียบเรียงใหม่ในรูปแบบออร์เคสตรา โดยมีคิม ยูวอน รับหน้าที่วาทยกร เติมเต็มความร่วมมือของแวดวงดนตรีเกาหลีและออสเตรีย
การแสดงเปิดด้วย 'Welcome To SMCU PALACE' และ '빨간 맛' (Red Flavor) ของ เรด เวลเว็ท ตามด้วย 'Make A Wish' ของ เอ็นซีที ยู, '나무' ของ โบอา, '으르렁' ของ เอ็กโซ และ 'Black Mamba' ของ เอสปา เป็นต้น ที่ถูกเรียบเรียงใหม่ให้ยิ่งใหญ่ด้วยเสียงวงออร์เคสตรา การเรียบเรียงที่หยิบยืมวิธีการของคีตกวีระดับปรมาจารย์อย่างสตราวินสกี พร้อมออร์เคสเตรชันอันประณีต ช่วยขับเน้นท่วงทำนองของเคป๊อปให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ไฮไลต์อยู่ที่การร่วมบรรเลงของ รยออุค สมาชิกซูเปอร์จูเนียร์ รยออุคถ่ายทอดเพลง '어린왕자' (The Little Prince) และ '아무것도 하지 않아도 돼 (It’s okay)' เคียงข้างเสียงวงซิมโฟนีเวียนนา โชว์ทั้งอารมณ์ละเมียดละไมและพลังเสียงที่ระเบิดออกมาได้พร้อมกัน เมื่อจบเวที ผู้ชมท้องถิ่นต่างลุกขึ้นยืนปรบมือ
นอกจากนี้ยังมีบทเพลงที่สลับระหว่างความละมุนละไมและความเข้มข้นอย่าง '사이코' ของ เรด เวลเว็ท, '하루의 끝' ของ จงฮยอน, '셜록' ของ ชายนี่ และ 'U R' ของ แทยอน โดยคอนเสิร์ตปิดฉากอย่างงดงามด้วย 'Golden Age' ของ เอ็นซีที และ '다시 만난 세계' ของ เกิร์ลส์เจเนอเรชัน
SM คลาสสิกส์ กล่าวว่า “ท่วงทำนองที่เริ่มต้นจากโซลได้ขยายตัวเป็นผลงานศิลปะผ่านลมหายใจของวงซิมโฟนีเวียนนา” พร้อมเสริมว่า “จากคอนเสิร์ตครั้งนี้ เราจะเร่งความร่วมมือกับวงออร์เคสตราทั่วยุโรป และพัฒนา IP ของเคป๊อปให้กลายเป็นคอนเทนต์ลิขสิทธิ์เฉพาะตัวในตลาดคลาสสิกระดับโลก”