ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างแรปเปอร์บิ๊กนอตตีและสวิงส์ที่ยืดเยื้อ คราวนี้ลิลบอยเข้าร่วมด้วย ทำให้ศึกประสาทยกระดับไปสู่ช่วงใหม่
เมื่อวันที่ 22 ที่ผ่านมา ลิลบอยได้ปล่อยเพลงดิสส์ ‘그 형’ ทางช่องยูทูบของตน แม้ในเพลงจะไม่ได้เอ่ยถึงใครโดยตรง แต่มีการตีความกันอย่างกว้างขวางว่าเนื้อหาพุ่งเป้าไปที่สวิงส์ ลิลบอยรัวคำวิจารณ์หนักแน่นด้วยถ้อยคำอย่าง “สิ่งที่นายต้องการคือคนพยักหน้าตาม”, “ถ้าไม่เซ็นก็กลายเป็นศัตรู”, “ขู่ไม่ให้พวกน้องๆ ของฉันทำเพลง”
นอกจากนี้ยังมีวลีชวนคิดอย่าง “สำหรับเด็กๆ เขาคงเป็นพี่ชายที่ดีล่ะนะ คราวนี้ขอให้มิตรภาพนั้นเป็นนิรันดร์”, “คนเราเปลี่ยนแปลงได้ ฉันเชื่อแบบนั้น” ทำให้เกิดกระแสคาดเดาว่ากำลังเล่าถึงทั้งความสัมพันธ์ในอดีตและสถานการณ์ปัจจุบันไปพร้อมกัน มีรายงานว่าลิลบอยสังกัดค่ายไฮเออร์มิวสิก (H1GHR MUSIC) เดียวกับบิ๊กนอตตี ยิ่งทำให้แรงกระเพื่อมจากการลงสนามครั้งนี้ขยายวงกว้างขึ้น
จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งมาจากเพลง ‘인더스트리 노우’ (INDUSTRY KNOW) ที่บิ๊กนอตตีปล่อยเมื่อวันที่ 16 ที่ผ่านมา ผ่านเพลงดังกล่าว เขาได้ยกประเด็นกล่าวหาว่าสวิงส์จัดการ “สิทธิข้างเคียง” ของอดีตศิลปินในสังกัดตามอำเภอใจ และอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายในวงสนทนาส่วนตัวด้วย
ด้านสวิงส์ออกมาโต้แบบซึ่งหน้าในไลฟ์สด โดยระบุว่า “การขายสิทธิข้างเคียงเป็นการตัดสินใจเพื่อการบริหารบริษัทและคุ้มครองศิลปิน” พร้อมอธิบายว่า “รายได้ส่วนใหญ่จากดีลดังกล่าวถูกแบ่งให้กับศิลปินในสังกัด” สำหรับประเด็นทำร้ายร่างกาย เขายืนยันว่า “ที่จริงฉันต่างหากเป็นฝ่ายเสียหาย” และอ้างว่าบิ๊กนอตตีเป็นฝ่ายสัมผัสตัวก่อน
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว บิ๊กนอตตีได้ปล่อยเพลงดิสส์เพลงที่สอง ‘변기위에서’ เมื่อวันที่ 23 กลับมาโต้คืนอีกระลอก โดยเหน็บคำชี้แจงของสวิงส์ว่า “ไลฟ์ดูแล้ว หน้าตาไม่ค่อยดีเลยนะ”, “ตัดแก่นประเด็นออกไป แล้วทำให้เรื่องเลอะเลือน”
โดยเฉพาะในประเด็นทำร้ายร่างกาย เขาระบุว่า “ที่บอกว่าฉันชกก่อนคือการบิดเบือนความทรงจำ”, “ถ้ามีกล้องวงจรปิดก็ขอให้เผยแพร่โดยไม่ตัดต่อ” พร้อมเล่าว่าในตอนนั้นตนถือแก้วแชมเปญอยู่ และมีใครบางคนเป็นฝ่ายผลักดันเข้ามาก่อนจนเกิดการชุลมุน พร้อมบรรยายเหตุการณ์อย่างละเอียด
เมื่อศึกโต้เดือดระหว่างบิ๊กนอตตีและสวิงส์มีลิลบอยเข้าร่วมด้วย บรรยากาศก็ดูจะลุกลามจากความขัดแย้งส่วนบุคคลไปสู่ประเด็นที่เขย่าวงการฮิปฮอปทั้งวงการ ขณะเดียวกันโลกออนไลน์ยังคงเดือดด้วยการโต้เถียงของแฟนๆ เกี่ยวกับความจริงของคำกล่าวอ้างจากทั้งสองฝ่าย