K-SNAPP

ตำรวจชี้ข้อกล่าวหา ‘คิมซูฮยอนคบหาขณะยังไม่บรรลุนิติภาวะ’ เป็นเท็จ…ยื่นขอหมายจับคิมเซอึย

ยื่นขอหมายจับคิมเซอึย…คดีคิมซูฮยอนเข้าสู่บทใหม่

คิมซูฮยอน, คิมแซรอน, ตำรวจ, การสืบสวน, กาโรเซโร รีเสิร์ชอินสติทิวต์, คิมเซอึย, ข้อมูลเท็จ, เอไอ, การปลอมแปลง
ภาพ: โกลด์เมดัลลิสต์

คดีเผยแพร่ข้อกล่าวหาเท็จที่พุ่งเป้าใส่นักแสดงคิมซูฮยอนเข้าสู่บทใหม่ อัยการได้ยื่นคำร้องขอหมายจับต่อคิมเซอึย ตัวแทนช่องกาฮ์โรแซโร (Garo Sero) ขณะที่มีรายงานว่าตำรวจได้วินิจฉัยแล้วว่า ข้ออ้างที่ว่าคิมซูฮยอนและผู้ล่วงลับ คิมแซรอน คบหากันมาตั้งแต่ช่วงยังไม่บรรลุนิติภาวะนั้นเป็นเท็จ

เมื่อวันที่ 21 ตามข้อมูลจากตำรวจและแวดวงกฎหมาย อัยการเขตกลางกรุงโซลได้ยื่นคำร้องขอหมายจับคิมเซอึย ก่อนหน้านี้ สถานีตำรวจคังนัม กรุงโซลได้ยื่นขอหมายจับเมื่อวันที่ 14 ในข้อหาหมิ่นประมาทและฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการลงโทษความผิดทางเพศ เป็นต้น และหลังจากอัยการพิจารณาแล้ว ก็ได้ยื่นคำร้องต่อศาล หมายกำหนดนัดไต่สวนเพื่อพิจารณาคำร้องขอหมายจับจะมีขึ้นเวลา 10:30 น. ของวันที่ 26 ที่ศาลแขวงโซลกลาง

แก่นของการสืบสวนอยู่ที่ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคิมซูฮยอนและคิมแซรอน ตำรวจมองว่าคิมเซอึยได้เผยแพร่วาทะซ้ำๆ ว่า “คิมซูฮยอนคบหากับคิมแซรอนตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ” แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เป็นความจริง ทางฝั่งคิมซูฮยอนตลอดมาชี้แจงว่า “ยอมรับว่าเคยคบหากันจริง แต่ไม่ใช่ในช่วงยังไม่บรรลุนิติภาวะ” โดยในคำร้องขอหมายจับครั้งนี้ มีรายงานว่าตำรวจได้ระบุเจตนาวินิจฉัยว่า ข้อสงสัยดังกล่าวเป็นเท็จ

ตำรวจยังเห็นด้วยว่า หลักฐานจำนวนมากที่คิมเซอึยนำเสนอนั้นถูกดัดแปลง ภาพแคปหน้าจอแชตคา카오ทอล์กที่เปิดเผยเมื่อปีที่แล้ว มีเงื่อนงำว่าเป็นการตัดต่อบางส่วนของบทสนทนาที่ฝั่งคู่สนทนาขึ้นว่า ‘알 수 없음’ (ไม่ทราบ) ให้ดูราวกับเป็นบทสนทนาจริงกับคิมซูฮยอน ขณะเดียวกัน ไฟล์เสียงที่อ้างว่ามีเสียงของคิมแซรอนก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการปลอมแปลงด้วยเอไอ

นอกจากนี้ การที่คิมเซอึยเปิดเผยภาพส่วนตัวของคิมซูฮยอน การกดดันว่าจะเปิดเผยเอกสารเพิ่มเติมพร้อมเรียกร้องให้ขอโทษต่อสาธารณะ ฯลฯ ก็ถูกนับรวมเป็นเหตุผลประกอบคำร้องขอหมายจับด้วย ทั้งยังมีรายงานว่าตำรวจกำลังพิจารณาแรงจูงใจในการยกข้อกล่าวหาเท็จเชื่อมโยงกับการสร้างรายได้จากเงินสนับสนุนและยอดเข้าชมบนยูทูบ

ด้านคิมซูฮยอนยังคงเดินหน้าดำเนินการทั้งทางแพ่งและอาญาต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและคิมเซอึย โดยได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายวงเงินสูงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผลการไต่สวนคำร้องขอหมายจับในวันที่ 26 นี้ ถูกมองว่าจะเป็นจุดชี้ขาดสำคัญต่อทิศทางของการสืบสวนและการต่อสู้ทางกฎหมายในอนาคต