เอซี หรือที่ถูกเรียกว่า ‘ป้าเข็ม’ ซึ่งกำลังถูกตั้งข้อสงสัยว่าให้บริการทางการแพทย์ผิดกฎหมาย โพสต์ข้อความชวนคิดในโซเชียล พร้อมเผยเนื้อหาที่ชวนให้นึกถึงพิธีกรผู้ประกาศข่าวมาก่อนอย่าง จอน ฮยอนมู ทำให้กระแสวิพากษ์ยิ่งลุกลาม
ไม่นานมานี้ เอซีได้โพสต์ภาพแคปหน้าจอบางส่วนของบทสนทนาทางแชตลงบนโซเชียลของตนเอง พร้อมข้อความว่า “ความเชื่อใจบางครั้งช่วยชีวิตคนได้ แต่ความเชื่อใจที่มอบให้ใครสุ่มสี่สุ่มห้าท้ายที่สุดจะย้อนกลับมาเป็นบาดแผลและความรับผิดชอบ” พร้อมอ้างว่าผลลัพธ์ของความสัมพันธ์และการตัดสินใจที่ตนเผชิญจะค่อยๆ ปรากฏตามกาลเวลา
โดยเฉพาะในบทสนทนาที่โพสต์ร่วมกันนั้น มีประโยคที่ปรากฏคำว่า ‘ฮยอนมูฮยอง’ ดึงดูดสายตา เอซียังเขียนต่อว่า “พอเรื่องแดงก็ให้ฉันลบคา카오ทอล์กทิ้งทั้งหมดใช่ไหมล่ะ แล้วฉันจะลบหมดจริงหรือ?” ชวนให้ตีความถึงความเป็นไปได้ในการเปิดโปงเพิ่มเติม แม้บางส่วนของข้อความจะถูกปกปิดไว้ แต่กระแสตีความว่าอาจพุ่งเป้าไปที่จอน ฮยอนมู ก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน เอซีก็เคยลงโพสต์ที่ทำให้นึกถึงจอน ฮยอนมู มาแล้ว แม้จะไม่อธิบายตรงๆ แต่ใช้ภาพจากรายการโทรทัศน์บางรายการและคำที่ชวนให้นึกถึงชื่อเพื่อทิ้งนัย จนทำให้เกิดข้อถกเถียง คราวนี้ถึงขั้นเผยแคปหน้าจอบทสนทนา ทำให้ความสนใจยิ่งพุ่ง
ปัจจุบัน เอซีกำลังถูกสอบสวนจากข้อสงสัยว่าให้บริการทางการแพทย์โดยผิดกฎหมายแก่คนดังบางราย โดยมีรายชื่ออย่าง พัค นาแร นักแสดงตลก, คีย์ แห่ง SHINee และยูทูเบอร์สายกิน ‘อิปจัลบึนแฮทนิม’ ถูกพาดพิงจนเรื่องบานปลาย ขณะที่บางฝ่ายระบุว่าเคยเข้าใจว่าเธอเป็นบุคลากรทางการแพทย์
ขณะที่ฝ่ายของจอน ฮยอนมูได้ขีดเส้นแบ่งชัดเจนต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ต้นสังกัดแถลงอย่างเป็นทางการว่า “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำหัตถการผิดกฎหมายหรือการประกอบวิชาชีพโดยไม่มีคุณวุฒิ” พร้อมยกหลักฐานอย่างประวัติการรับการรักษาและรายการชำระเงินจากสถานพยาบาลที่ถูกต้องมาโต้แย้งและปฏิเสธข้อสงสัย
อย่างไรก็ดี ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เอซีโพสต์ข้อความเชิงนัยซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่เปิดหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ทำให้สาธารณชนเริ่มรู้สึกอ่อนล้า เมื่อยังไม่มีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนแต่มีการเอ่ยชื่อจริงหรือพาดพิงให้เข้าใจได้ โพสต์ลักษณะนี้จึงก่อให้เกิดทั้งความกังวลและความเบื่อหน่ายในโลกออนไลน์
โพสต์ครั้งนี้ก็ยังอยู่ในระดับของการส่งสัญญาณว่าอาจมีการกล่าวอ้างเพิ่มเติม มากกว่าจะเป็นการเปิดโปงโดยตรง ท่ามกลางการสืบสวนที่ยังคงดำเนินอยู่ ต้องจับตาดูว่า ความเคลื่อนไหวบนโซเชียลของเอซีจะนำไปสู่การเปิดเผยหลักฐานเพิ่มเติมจริงหรือไม่ หรือจะเหลือไว้เพียงกระแสถกเถียงระลอกใหม่เท่านั้น