K-SNAPP

โอ เซดึก โต้กลับข้อกล่าวหา “ฉ้อโกงพันล้านวอน” ย้ำจะดำเนินคดีต่อข่าวเท็จอย่างเข้มงวด

โอ เซดึก ปฏิเสธข้อครหา “ยึดฟาร์ม” ชี้เป็นการบิดเบือนอย่างชัดเจน

โอ เซดึก, ข้อกล่าวหา, ฟาร์ม, ฉ้อโกงการเงิน, ความเสียหาย, แถลงการณ์
ภาพ: อินสตาแกรมของโอ เซดึก

เชฟโอ เซดึกออกมาชี้แจงด้วยตนเองต่อข้อกล่าวหาหลายประการที่แพร่กระจายบนโลกออนไลน์ พร้อมประกาศจุดยืนว่าจะตอบโต้ทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด เมื่อไม่นานมานี้มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฉ้อโกงทางการเงินมูลค่าราว “1 พันล้านวอน” (ประมาณ 27 ล้านบาท) และการขัดขวางการดำเนินงานของฟาร์ม โดยมีการชี้ว่าเจ้าของเรื่องคือโอ เซดึก ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าเป็นข้อมูลเท็จและบิดเบือนจากความจริง

ในวันที่ 26 โอ เซดึกได้เผยแพร่ข้อความยาวบนโซเชียลมีเดียส่วนตัวพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า “เนื้อหาที่กำลังถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียเมื่อไม่นานนี้เป็นข้ออ้างอิงที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง” และย้ำว่า “การเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จมีความรับผิดทางกฎหมายอย่างร้ายแรง จึงจะดำเนินการตอบโต้โดยเคร่งครัด”

เขายังอธิบายเพิ่มเติมว่าตนได้ยื่นร้องทุกข์ดำเนินคดีด้วยตนเอง พร้อมทั้งสมาชิกสหกรณ์ที่เกี่ยวข้องก็ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายการบัญชีเงินลงทุน แล้วได้ยื่นคำร้องทุกข์และคำฟ้องหลายฉบับซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ พร้อมกล่าวว่า “หากเป็นไปตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง ก็ควรมีการยื่นฟ้องหรือร้องทุกข์ต่อตัวฉัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการรับคำร้องแม้แต่กรณีเดียว”

กระแสดราม่าครั้งนี้เริ่มจากโพสต์แฉของผู้ใช้งานรายหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย แม้จะไม่ได้ระบุชื่อจริง แต่มีการอ้างว่า ‘คนดัง A’ ทำให้คนรู้จักได้รับความเสียหายทางการเงินมูลค่าราว 1 พันล้านวอน (ประมาณ 27 ล้านบาท) และถึงขั้นขัดขวางการดำเนินงานของฟาร์มสหกรณ์การเกษตรแห่งหนึ่งในจังหวัดเชจู ผู้โพสต์ยังระบุว่าแม่ของตนกำลังเผชิญความทุกข์ทางจิตใจและเศรษฐกิจ และด้วยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาเรื่องการขัดขวางทางเข้า-ออกฟาร์ม ทำลายสำนักงาน ข่มขู่พนักงาน และก่อกวนการทำงาน อีกทั้งกล่าวหาว่า A กล่าวถึงฟาร์มในรายการโทรทัศน์ราวกับเป็นของตนเอง หลังจากนั้นบนโลกออนไลน์ก็เกิดกระแสคาดเดาอย่างรวดเร็วว่าบุคคลดังกล่าวคือโอ เซดึก

ต่อเรื่องนี้ โอ เซดึกชี้แจงโดยอ้างอิงเอกสารที่เปิดเผยว่า ตนกำลังดำเนินขั้นตอนทางกฎหมายด้วยตนเองในประเด็นปัญหาเกี่ยวกับเอกสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโอน-รับโอนหุ้น และประเด็นเงินลงทุน พร้อมย้ำว่า “ข้อเท็จจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนผ่านกระบวนการสืบสวนและขั้นตอนทางกฎหมาย”

เมื่อทั้งสองฝ่ายยืนยันคนละอย่าง แก่นแท้ของประเด็นถกเถียงครั้งนี้น่าจะถูกคลี่คลายผ่านกระบวนการทางกฎหมายและผลการสืบสวนในอนาคต