ทนาย โจซูจิน กรรมการมูลนิธิโร มูฮยอน ผู้เคยชี้ว่า คำพูด ‘무섭노’ ของวอนี สมาชิกวง ริเซนเน่ เป็นสำนวนแบบอิลเบ ได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณะแล้ว
เมื่อวันที่ 9 ที่ผ่านมา โจซูจินโพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า “มีข้อเท็จจริงใหม่เกี่ยวกับถ้อยคำที่กล่าวถึงคุณวอนีแห่งริเซนเน่ จึงขอปรับแก้จุดยืนของตน” พร้อมระบุว่า “กังวลว่าคำพูดของฉันอาจทำให้คุณวอนีเจ็บปวด จึงอยากกล่าวคำขอโทษ” จากนั้นจึงชี้แจงว่า “ฉันไม่เข้าใจความแตกต่างของการใช้ภาษาถิ่นระหว่างรุ่นวัย” และจะขอแก้ไขคำกล่าวของตน
นี่เป็นการขอโทษต่อคำกล่าวอ้างเมื่อวันที่ 7 ที่เธอไปออกรายการช่องยูทูบ 장윤선의 취재편의점 โดยระบุว่า คำว่า “무섭노” ของวอนีไม่ใช่ภาษาถิ่นคยองซัง แต่เป็นสำนวนแบบอิลเบ
ขณะนั้น เธอชี้แจงว่า “ไม่ได้ตั้งใจโยนความรับผิดชอบให้เป็นของบุคคลเพียงคนเดียว ต่อการใช้คำลงท้ายแบบ ‘โน’ ที่เป็นสไตล์อิลเบซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของคนรุ่นใหม่” แต่ในขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า แม้ตนเกิดที่ปูซานและใช้ชีวิตที่แทกูมานาน ก็ไม่เคยได้ยินสำนวนดังกล่าว ทำให้ข้อถกเถียงรุนแรงขึ้น
อย่างไรก็ดี เธอกล่าวว่าได้เปลี่ยนท่าทีหลังได้รับคำอธิบายจากศาสตราจารย์คิม ด็อกโฮ ภาควิชาภาษาและวรรณคดีเกาหลี มหาวิทยาลัยคยองบุก ว่า “รูปแบบที่ตัดคำว่า ‘와이리’ ออกจาก ‘와이리 무섭노’ แม้จะต่างจากไวยากรณ์ดั้งเดิม แต่เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในหมู่คนรุ่นใหม่” ทำให้เธอเข้าใจ และยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่เกิดจากความต่างของการใช้ภาษาถิ่นระหว่างรุ่นสมัย
ทั้งนี้ ต้นตอของประเด็นถกเถียงมาจากวิดีโอยูทูบที่มินามิ สมาชิกชาวญี่ปุ่นของริเซนเน่ พาไปเยี่ยมบ้านเกิด โดยในคลิป วอนีใช้ภาษาถิ่นคยองซังอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ถูกบางฝ่ายเข้าใจผิดว่าเป็นสำนวนแบบอิลเบ จนเรื่องราวบานปลาย